Skip to content

เพิ่มในรายการโปรดแล้ว

บทสัมภาษณ์ครีเอเตอร์

some

-Artistic Director-

กลิ่นอายแบบเรโทรที่หลอมรวมกับความโมเดิร์น
ภาพที่สื่อความหมายคล้ายกับเสียงดนตรี

So Me ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดสารผ่านภาพให้กับค่ายเพลง Ed Banger Records ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีสเป็นระยะเวลาหลายปี
ซึ่งมีส่วนในการกำหนดอัตลักษณ์ของค่ายไม่แพ้ซาวด์ดนตรีที่ค่ายนำเสนอ
ปกแผ่นเสียงของเขาที่บางครั้งก็ดูสนุกสนานและบางครั้งก็ดูเสียดสี
ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของฝรั่งเศส
ทุกวันนี้ ความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้ก้าวล้ำกว่าภาพพิมพ์ เพราะเขาได้เริ่มเปิดรับความท้าทายใหม่ในฐานะผู้ผลิตภาพยนตร์
กำกับมิวสิกวิดีโอและซีรีส์ให้กับศิลปินจากทั่วโลก
สำหรับนิตยสารนี้ So Me ได้สร้างงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก GA-2100
ซึ่งสะท้อนความคิดที่เขามีต่อเวลาอย่างขบขัน
เราไปเยี่ยมเขาที่บ้านในมงมาร์ตเพื่อค้นหาว่า
อะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาเปิดรับความท้าทายในการสร้างสรรค์

ผลงานชิ้นเอกของ So Me
ที่เป็นตัวกำหนดยุคสมัย

เป็นเวลาหลายปี So Me ได้ทำงานเป็น
อาร์ตไดเรกเตอร์ให้กับ Ed Banger Records
แม้ว่า French house จะเป็นซาวด์ที่นิยามตัวตนของค่าย
องค์ประกอบอื่นๆ ที่สร้างอัตลักษณ์ให้กับค่ายก็คืองานศิลปะของ So Me
ออกแบบด้วยสไตล์แบบเรโทร บางครั้งก็ใส่ลูกเล่นสนุกๆ และความป๊อปลงไป
บางครั้งก็แฝงไปด้วยการเสียดสี
ปกแผ่นเสียงของเขาทำให้คุณอยากฟังเพลง
ลองมาดูปกแผ่นเสียงบางส่วน
ที่เขาได้สร้างสรรค์และมีส่วนในการกำหนดสไตล์แห่งยุค

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Justice by Justice"

01.Justice by Justice

ปล่อยโดย Ed Banger Records ในปี 2007 เป็นอัลบัมเปิดตัวของ Justice ที่รวมความเป็นอิเล็กโทรนิกส์และร็อกให้ออกมาเป็นเสียงที่ทรงพลังและเขย่าวงการ ณ ช่วงเวลานั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของดนตรี French electro และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Grammy

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Baby I’m Yours (feat. Irfane) by Breakbot"

02.Baby I’m Yours (feat. Irfane) by Breakbot

ซิงเกิลนี้เปิดตัวในปี 2010 โดยผสานองค์ประกอบของดิสโก้ยุค 80 เข้ากับโซลในรูปแบบที่ฟังแล้วติดหู เมื่อรวมกับเสียงร้องหวานๆ ของ Irfane ทั้งปกแผ่นเสียงและดนตรีล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ชวนให้คิดถึง เพลงที่โดดเด่นสะท้อนซาวด์นุ่มละมุนซึ่งผสานกลิ่นอายป๊อปที่บ่งบอกถึงความเป็น Ed Banger Records

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Ross Ross Ross by SebastiAn"

03.Ross Ross Ross by SebastiAn

EP ที่ฉายความเป็น SebastiAn ฉลองซาวด์แบบอิเล็กโทรนิกส์ที่ดุดันของเขา ดีไซน์ปกที่ดูเข้าถึงง่ายขัดกับบีตที่บิดแตกและซาวด์อันดุดันภายในนั้น ทำให้เป็นผลงานที่สะท้อนการทดลองที่กล้าออกนอกกรอบของดนตรี French house

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Lucky Boy at night by DJ Mehdi"

04.Lucky Boy at night by DJ Mehdi

ฝังรากลึกในแนวดนตรีแบบ French house แต่แฝงด้วยเทคนิค DJ แบบฮิปฮอปอย่างการสแครชแผ่นเสียง ผลงานนี้ผสานและเคลื่อนผ่านแนวเพลงได้อย่างลื่นไหล แม้ว่าชีวิตของ DJ Mehdi จะจบลงอย่างน่าเศร้าในปี 2011 แต่อัลบั้มนี้จะยังคงเป็นผลงานคลาสสิกตลอดกาล งานศิลปะที่มากด้วยรายละเอียดก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของ So Me เองที่มีต่อวัฒนธรรมฮิปฮอปในช่วงปี 1990

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Stade 2 โดย Mr. Oizo"

05.Stade 2 by Mr. Oizo

ผลงานที่เป็นการทดลองซาวด์จากศิลปินสายแหกกรอบอย่าง Mr. Oizo จับคู่ซาว์ที่หยาบกระด้างเข้ากับบีดที่ไม่สม่ำเสมอซึ่งดึงผู้ฟังเข้าสู่โลกที่บิดแปลกและน่าตื่นเต้น งานศิลปะที่น่าจดจำให้ความรู้สึกสวนทางกับซาวด์ดนตรีอย่างสิ้นเชิง นำเสนอการเทียบเคียงความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ

งานภาพบนปกแผ่นเสียง "Ed Rec Vol. X"

06.Ed Rec Vol. X

เปิดตัวในปี 2013 เพื่อฉลองการครบรอบ 10 ปีของ Ed Banger Records ซึ่งเป็นอัลบัมรวมแบบดีลักซ์ที่รวมศิลปินชื่อดังของค่าย รวมถึง Justice, Breakbot และ SebastiAn พร้อมทั้งเพลงที่ไม่ได้เผยแพร่ก่อนหน้า ถือเป็นคอลเลกชันรวมที่เป็นที่สุด และเปรียบเสมือนสารานุกรมของ French electro

01.Justice by Justice

ปล่อยโดย Ed Banger Records ในปี 2007 เป็นอัลบัมเปิดตัวของ Justice ที่รวมความเป็นอิเล็กโทรนิกส์และร็อกให้ออกมาเป็นเสียงที่ทรงพลังและเขย่าวงการ ณ ช่วงเวลานั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของดนตรี French electro และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Grammy

02.Baby I’m Yours (feat. Irfane) by Breakbot

ซิงเกิลนี้เปิดตัวในปี 2010 โดยผสานองค์ประกอบของดิสโก้ยุค 80 เข้ากับโซลในรูปแบบที่ฟังแล้วติดหู เมื่อรวมกับเสียงร้องหวานๆ ของ Irfane ทั้งปกแผ่นเสียงและดนตรีล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ชวนให้คิดถึง เพลงที่โดดเด่นสะท้อนซาวด์นุ่มละมุนซึ่งผสานกลิ่นอายป๊อปที่บ่งบอกถึงความเป็น Ed Banger Records

03.Ross Ross Ross by SebastiAn

EP ที่ฉายความเป็น SebastiAn ฉลองซาวด์แบบอิเล็กโทรนิกส์ที่ดุดันของเขา ดีไซน์ปกที่ดูเข้าถึงง่ายขัดกับบีตที่บิดแตกและซาวด์อันดุดันภายในนั้น ทำให้เป็นผลงานที่สะท้อนการทดลองที่กล้าออกนอกกรอบของดนตรี French house

04.Lucky Boy at night by DJ Mehdi

ฝังรากลึกในแนวดนตรีแบบ French house แต่แฝงด้วยเทคนิค DJ แบบฮิปฮอปอย่างการสแครชแผ่นเสียง ผลงานนี้ผสานและเคลื่อนผ่านแนวเพลงได้อย่างลื่นไหล แม้ว่าชีวิตของ DJ Mehdi จะจบลงอย่างน่าเศร้าในปี 2011 แต่อัลบั้มนี้จะยังคงเป็นผลงานคลาสสิกตลอดกาล งานศิลปะที่มากด้วยรายละเอียดก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของ So Me เองที่มีต่อวัฒนธรรมฮิปฮอปในช่วงปี 1990

05.Stade 2 by Mr. Oizo

ผลงานที่เป็นการทดลองซาวด์จากศิลปินสายแหกกรอบอย่าง Mr. Oizo จับคู่ซาว์ที่หยาบกระด้างเข้ากับบีดที่ไม่สม่ำเสมอซึ่งดึงผู้ฟังเข้าสู่โลกที่บิดแปลกและน่าตื่นเต้น งานศิลปะที่น่าจดจำให้ความรู้สึกสวนทางกับซาวด์ดนตรีอย่างสิ้นเชิง นำเสนอการเทียบเคียงความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ

06.Ed Rec Vol. X

เปิดตัวในปี 2013 เพื่อฉลองการครบรอบ 10 ปีของ Ed Banger Records ซึ่งเป็นอัลบัมรวมแบบดีลักซ์ที่รวมศิลปินชื่อดังของค่าย รวมถึง Justice, Breakbot และ SebastiAn พร้อมทั้งเพลงที่ไม่ได้เผยแพร่ก่อนหน้า ถือเป็นคอลเลกชันรวมที่เป็นที่สุด และเปรียบเสมือนสารานุกรมของ French electro

การสัมภาษณ์

ไล่ตามความสดใหม่อยู่เสมอ

ดนตรี French house เกิดขึ้นในช่วงปี 1990 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2000 ด้วยซาวด์เบาๆ ที่ชวนเต้นซึ่งหยิบแซมเพิลจากเพลงดิสโก้และฟังก์มาเป็นแกนหลัก ท่ามกลางหลากหลายค่ายที่กำหนดทิศทางแนวดนตรี Ed Banger R­ecords เป็นหนึ่งในค่ายที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งมีศิลปินขึ้นชื่ออย่าง Justice ชายที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบปกแผ่นเสียงเกือบทั้งหมดคือ So Me เขาอาศัยอยู่ที่มงมาร์ตในเขตที่ 18 ของกรุงปารีส ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศิลปะ” และเคยเป็นบ้านของศิลปินปรมาจารย์อย่าง Picasso อะพาร์ตเมนต์ของเขาที่มีเพดานสูงและหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เติมเต็มพื้นที่ด้วยแสงอ่อนๆ ใหความรู้สึกที่ดูสงบคล้ายกันที่พบบนผลงานของเขา เขาใช้ชีวิตท่ามกลางแหล่งแรงบันดาลใจของตนเอง ล้อมรอบด้วยแผ่นเสียงที่เขาออกแบบ หนังสือศิลปะหลากหลายประเภทจากรอบโลก และกีตาร์ คำถามที่ยังคงค้างคาคือ สิ่งใดที่กระตุ้นความสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดหย่อนของเขา

―― ช่วยเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชื่อ So Me ได้ไหม
ชื่อจริงของผมค่อนข้างยาว ผมเลยต้องการชื่อสั้นๆ ฟังมีลูกเล่น และติดหู “So Me” มีแค่สี่ตัวอักษร แต่ฟังเหมือนกับเป็นประโยคที่ครบถ้วน และยังมีเสียงที่คล้ายกับภาษาญี่ปุ่นด้วย ผมชอบตรงนั้น เป็นชื่อที่แปลก เป็นเอกลักษณ์ ฟังดูไม่เก่าและร่วมสมัยอยู่เสมอ

―― งานของคุณให้ความรู้สึกของสไตล์ยุค 70 คุณค้นพบสไตล์ปัจจุบันของคุณได้อย่างไร
ผมคิดว่าผมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสิ่งที่ผมเห็นในตอนเด็ก ผมดูอนิเมะญี่ปุ่นเยอะมาก และเรื่องโปรดของผมคือ “Space Cobra” ซึ่งผมยกให้เป็นที่สุด แม้แต่ซาวด์ดนตรีก็น่าทึ่ง ผสานองค์ประกอบของดนตรีฟิวชันแบบญี่ปุ่น แจ๊สร็อก สตริง และโอเปรา ผมยังได้รับอิทธิพลจากหนังสือภาพของอเมริกาและอังกฤษ ภาพเหล่านั้นมีสไตล์ที่โดดเด่น เต็มไปด้วยรายละเอียดและสีสัน ซึ่งผมชื่นชอบตั้งแต่ช่วงต้นๆ และยังคงเป็นรากฐานของสไตล์ของผม นับตั้งแต่ตอนนั้น ผมก็คลั่งไคล้กราฟิกที่ทรงพลังของยุค 70, ปกแผ่นเสียง, โปสเตอร์ และภาพโฆษณาจากยุคนั้น ผมเกิดในยุค 80 และโตขึ้นมาโดยถูกล้อมรอบด้วยวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดและกราฟฟิตี้ของยุค 90 แม้ดีไซน์แบบยุค 70 จะเป็นหัวใจหลักของงานของผม แต่ก็มีองค์ประกอบของวัฒนธรรมพังก์และสเก็ตรวมอยู่ด้วย ในยุค 70 และ 80 โฆษณาแบบภาพวาดปรากฏอยู่ทุกที่ แต่ปัจจุบันแทบไม่หลงเหลือให้เห็น เดี๋ยวนี้แบรนด์ไม่ค่อยจ้างนักวาดให้วาดโฆษณาแล้ว แต่ผมยังอยู่ในโลกดังกล่าว

―― ปารีสในช่วงแรกของยุค 2000 เป็นแบบไหน
ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงวัยยี่สิบ ล้อมรอบด้วยเพื่อนฝูงและปาร์ตี้อยู่ตอนเวลา เป็นช่วงเวลาที่เราสร้างบางสิ่งขึ้นมาจริงๆ ช่วงเวลาที่เราเข้าถึง ‘จิตวิญญาณแห่งยุคสมัย’ มากที่สุด เหมือนว่าทุกคนจะมีความเห็นตรงกันในสถานที่เดียวกัน มองไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับพวกเรา นั่นเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ

―― คุณรู้สึกอย่างไรเวลาที่ทำงานกับคนอื่นๆ ในสายงานสร้างสรรค์
เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอเมื่อสองความคิดมาเจอกัน บางคนให้อิสระผมอย่างเต็มที่และบอกว่า “ทำในสิ่งที่คุณต้องการ พาเราเข้าไปในโลกของคุณ” บางคนก็มีไอเดียที่ชัดเจนและหนักแน่น ซึ่งจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกัน แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ กุญแจสำคัญคือการเปิดรับอยู่ในเสมอในทุกสถานการณ์ เพราะคนในวงการสายสร้างสรรค์มีวิธีคิดและเข้าถึงศิลปะเป็นของตัวเอง และแนวทางเหล่านั้นมีการพัฒนาอยู่เสมอ ผมเปลี่ยนสื่อของผมอยู่เสมอ บางครั้งผมก็ทำวิดีโอ บางครั้งก็ออกแบบปกแผ่นเสียง เมื่อผมเปลี่ยนสื่อ ศิลปะก็เปลี่ยนไปด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ผมมองหาความท้าทายใหม่ๆ เสมอ

อาร์ตไดเรกเตอร์นั่งในอาคารที่มีพื้นที่นั่งเล่นส่องสว่าง

เขาอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของอะพาร์ตเมนต์ในมงมาร์ต ล้อมรอบด้วยกระจกบานใหญ่ แสงอาทิตย์ส่องผ่านเพดานสูง นำความสว่างมาสู่พื้นที่ทั้งหมด ที่นี่ เขาใช้เวลาท่ามกลางแผ่นเสียงที่เขาออกแบบ หนังสือศิลปะ และกีตาร์ ซึ่งจุดประกายความสร้างสรรค์ของเขา

อาร์ตไดเรกเตอร์ยืนอยู่ด้านนอกสองหมวกแก๊ปสีดำและเสื้อมีลาย
อาร์ตไดเรกเตอร์นั่งในอาคารที่มีพื้นที่นั่งเล่นส่องสว่าง

เขาอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของอะพาร์ตเมนต์ในมงมาร์ต ล้อมรอบด้วยกระจกบานใหญ่ แสงอาทิตย์ส่องผ่านเพดานสูง นำความสว่างมาสู่พื้นที่ทั้งหมด ที่นี่ เขาใช้เวลาท่ามกลางแผ่นเสียงที่เขาออกแบบ หนังสือศิลปะ และกีตาร์ ซึ่งจุดประกายความสร้างสรรค์ของเขา

อาร์ตไดเรกเตอร์เล่นกีตาร์ในโฮมสตูดิโอ

―― งานของคุณครอบคลุมหลายสาขา ตั้งแต่การกำกับงานศิลปะไปจนถึงการกำกับภาพยนตร์ Netflix คุณหาไอเดียมาจากไหน และคุณมีกิจวัตรที่ช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจไหม
ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเคล็ดลับของการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์และค้นพบไอเดียใหม่ๆ ในทุกวันคืออะไร มันไม่ได้มีรูปแบบตายตัว บางครั้งไอเดียก็ผุดขึ้นมาง่ายๆ บางครั้งผมก็ตันจนสงสัยว่าก่อนหน้านี้ผมหาไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างไร ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสภาวะจิตใจที่ดีและรู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับสิ่งที่ทำจริงๆ เมื่อผมรู้สึกตื่นเต้น ไอเดียจะโผล่ขึ้นมาเอง ถ้าผมทำในสิ่งที่ผมไม่ได้หลงใหล ไอเดียก็ไม่โผล่มาให้เห็น

―― คุณใส่ประสบการณ์ของคุณกับการแสดงออกในแบบต่างๆ อย่างไร
ผมชอบสื่อที่มีการผสมผสาน เพราะผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง ผมจึงรู้สึกว่าผมสามารถนำเสนอมุมมองที่ต่างออกไปได้ ผมชื่นชมคนที่ทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์งานด้านใดด้านหนึ่ง แต่หากผมทำอะไรอย่างเดียวนานเกินไป ผมจะรู้สึกเบื่อ และถ้าผมไม่ตื่นเต้นอีกต่อไป ผมก็สร้างงานดีๆ ออกมาไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดในการจุดประกายความสร้างสรรค์ของผมคือการเปลี่ยนสถานที่หรือเทคนิค การลองสิ่งใหม่อาจหมายความว่าผมขาดประสบการณ์ในด้านนั้น แต่สิ่งที่ผมได้คือความสดใหม่ที่แตกต่าง

―― งานของคุณมีตั้งแต่การสร้างงานศิลปะให้กับปกแผ่นเสียงไปจนถึงการกำกับภาพยนตร์ นั่นคงเป็นเรื่องยากและชวนให้เครียดในบางครั้ง คุณมีวิธีผ่อนคลายอย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าเสมอ เริ่มต้นจากการสร้างมิวสิกวิดีโอให้เพื่อนและขยับไปทำให้ศิลปินที่ใหญ่กว่า ไปทำโฆษณาและภาพยนตร์สั้น และสุดท้ายก็ตัดสินใจทำภาพยนตร์เรื่องยาว ภาพยนตร์เป็นโปรเจกต์ที่ชวนให้เครียดที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา ต้องใช้งบเยอะ ต้องทำงานกับคนมากมาย และทุกการตัดสินใจก็ต้องมีการอนุมัติ มีช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่า “ทุกอย่างอาจหยุดลงแค่นี้ และมันอาจจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก” ตอนที่ผมสร้างงานศิลปะ ทุกอย่างง่ายกว่านี้ ผมสร้างสรรค์ภาพที่มีสีสัน สนุกสนาน เข้าใจง่าย และแทบไม่พบกับคำวิจารณ์รุนแรง แต่สำหรับโปรเจกต์ที่ใหญ่กว่า ทั้งขนาด ความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และกำหนดเวลา ทุกอย่างต่างเติบโต รวมถึงความกดดัน ตอนนี้ ผมยังคงหาวิธีจัดการความเครียดนั้นอยู่ สิ่งหนึ่งที่ผมเริ่มทำคือการหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาและเริ่มทำดนตรีอีกครั้ง ทำให้กับตัวผมเอง เวลาที่คุณสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับลูกค้าหรือผู้ชม คุณจะพบกับความกดดัน การสร้างบางสิ่งเพื่อความเพลิดเพลินของตัวเองช่วยให้ผมมีสภาวะจิตใจที่ดีขึ้น

―― ช่วยบอกเราเกี่ยวกับงานศิลปะที่คุณสร้างขึ้นสำหรับ G-SHOCK ในฉบับนี้ได้ไหม
งานชิ้นนี้พูดถึงการไหลผ่านของเวลา และวิธีที่เวลาส่งผลต่อเดดไลน์งานของผม ง่ายๆ คือผมพยายามและบ่อยครั้งก็ต้องดิ้นรนเพื่อทำงานให้ทันเดดไลน์ เป็นเวลาหลายปีที่ผมออกแบบปกแผ่นเสียงให้กับ Pedro หัวหน้าใหญ่ของ Ed Banger Records บอกตามตรง ผมแทบไม่เคยส่งงานตรงตามเวลาเลย ผมมั่นใจว่าผมทำให้เขาปวดหัวอยู่เรื่อย แต่ที่ผมทำช้าไม่ใช่เพราะว่าผมไม่ใส่ใจ ตรงกันข้ามเลย นั่นเป็นเพราะผมหมกมุ่นกับงานอย่างแท้จริง พยามปรับทุกรายละเอียดจนพอใจ สิ่งนั้นมาจากความรักที่ผมมีต่อสิ่งที่ผมทำ ในตอนที่คุณสนุก เวลาก็ผ่านไปเร็วจนลืมตัว และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม อย่างน้อยก็จากมุมมองของผม ในท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็พอใจ

ภาพระยะใกล้ของกีตาร์สีดำบนพื้น

ทั้งกีตาร์และเบสในห้องต่างผลิตโดย Fender ขนาดกะทัดรัดทำให้เหมาะกับการใช้งานที่บ้าน กีตาร์มีลำโพงในตัว ไม่จำเป็นต้องต่อแอปม์เพิ่ม และเครื่องดนตรีทั้งสองก็ออกแบบโดยมีคุณสมบัติสำหรับการสร้างดนตรีแบบสบายๆ

ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือศิลปะและการออกแบบในพื้นที่สตูดิโอ

ชั้นหนังสือที่วางซ้อนกันไปจนถึงเพดาน อัดแน่นด้วยเนื้อหาจากทั่วโลก ชื่อหนังสือญี่ปุ่นสะดุดตาเป็นพิเศษ ตั้งแต่หนังสือรวมผลงานของ Tadanori Yokoo, Shigeo Fukuda และ Shoji Ueda ไปจนถึงคอลเลกชันภาพถ่ายที่บันทึกเรื่องราวของแก๊งไบเกอร์ ‘bōsōzoku’ ของญี่ปุ่น แสดงถึงความสนใจที่กว้างขวางอย่างน่าทึ่งของ So Me

โปรไฟล์

So Me

อาร์ตไดเรกเตอร์ นักวาด และผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ปักหลักอยู่ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาเริ่มต้นอาชีพของเขาโดยการออกแบบปกแผ่นเสียงให้กับศิลปิน French house อย่าง Justice และ Cassius แล้วมากำกับมิวสิกวิดีโอให้กับ Major Lazer และ Kanye West ในภายหลัง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยมีผลงานอย่าง “Banger” ใน Netflix ซึ่งเขายังคงทำงานในหลากหลายสาขาและนำเสนอผลงานผ่านสื่อต่างๆ

Instagram @so_me_ma_sen

ภาพถ่าย Shoichi Kajino
แก้ไขและเรียบเรียง Katsuya Kondo _THOUSAND

นิตยสาร THISTIME

เมื่อ G-SHOCK มาพบกับสไตล์แบบปารีส

Select a location