Skip to content

เรื่องราวความเป็นมาของการร่วมมือสุดพิเศษกับ VERDY | G-SHOCK THAILAND

เพิ่มในรายการโปรดแล้ว

โลโก้ Girls Don't Cry

ฉลองครบรอบ 30 ปีของคอลลเลกชันคู่ตามฤดูกาลเรื่องราวความเป็นมาของการร่วมมือสุดพิเศษกับ VERDY

โปรเจกต์ Girls Don’t Cry ของศิลปินนักออกแบบกราฟิก VERDY ร่วมมือกับ G-SHOCK และ BABY-G เพื่อสร้างสรรค์ผลงานใหม่

เรื่องราวย้อนกลับไปในปี 2019 เมื่อ VERDY ออกแบบนาฬิการุ่นพิเศษ Girls Don’t Cry × BABY-G สำหรับแคมเปญวันวาเลนไทน์เพื่อฉลองการครบรอบ 25 ปีของ BABY-G นาฬิกานั้นสร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับเพื่อนและครอบครัวโดยเฉพาะ จึงไม่เคยเปิดตัวสู่สาธารณชน ตอนนี้ 7 ปีต่อมา ไอเดียดั้งเดิมดังกล่าวได้พัฒนามาเป็นชุดนาฬิกาคู่ G-SHOCK และ BABY-G ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันคู่ตามฤดูกาล

เพื่อฉลองการเปิดตัว เราได้พูดคุยกับ VERDY เกี่ยวกับประสบการณ์ที่เขามีต่อ G-SHOCK แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ และบทบาทของเวลาที่มีต่อกระบวนการสร้างสรรค์ของเขา

G-SHOCK: ไอคอนแห่งสตรีทแวร์จากญี่ปุ่น

ーー G-SHOCK มีความหมายต่อคุณอย่างไร

VERDY: ผมใส่ G-SHOCK มาหลายปีและผมก็รักมันมาก เป็นนาฬิกาแรกที่ผมเป็นเจ้าของ และผมก็มอบให้กับภรรยาของผมด้วย ทุกวันนี้ เราร่วมมือกันทำโปรเจกต์ต่างๆ และ G-SHOCK ก็คอยสนับสนุนสิ่งที่ผมทำในทุกๆ ด้าน ผมรู้สึกว่าความร่วมมือระหว่างพวกเรามีความแน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ーーอะไรใน G-SHOCK ที่ดึงดูดคุณ

VERDY: แน่นอนว่าผมชอบที่นาฬิกาใช้งานได้ดีและใส่ได้หลายโอกาส ไม่ต้องกังวลเวลาไปไหนมาไหน แต่สำหรับผมแล้ว การที่ G-SHOCK เป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นก็มีความหมายมากเช่นกัน ช่วงหลังๆ นี้ ผมครุ่นคิดบ่อยขึ้นว่าการได้ร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นในฐานะศิลปินชาวญี่ปุ่นนั้นมีความหมายต่อผมอย่างไร

และเมื่อพูดถึงนาฬิกาที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสตรีท ทุกคนคงนึกถึง G-SHOCK ผมคิดว่านั่นเป็นความจริงเกือบทุกที่บนโลกใบนี้ สิ่งที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์นี้พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับผมก็คือ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น นั่นเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาตลอด

ーーคุณจำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับ G-SHOCK เรือนแรกของคุณ

VERDY: นาฬิกาเรือนแรกที่ผมเป็นเจ้าของคือ BABY-G ผมซื้อมาตอนประมาณป. 5 หรือป.6 นี่แหล่ะ ผมเคยเห็นนาฬิกา G-SHOCK ในนิตยสารและได้ไปดูของจริงที่ร้าน แต่ตัวที่ผมคิดว่าดูเจ๋งที่สุดกลับเป็น BABY-G

หลังจากนั้น ผมก็เริ่มหันมาใส่นาฬิกา G-SHOCK ด้วยเช่นกัน หนึ่งในความทรงจำที่ผมประทับใจมากคือเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว Bunta จากวง TOTALFAT มอบของขวัญเป็นนาฬิกา G-SHOCK สีกรมท่าให้กับผม การที่เขามอบให้ผมเป็นสิ่งที่มีความหมายกับผมมาก และผมก็ชอบดีไซน์ของนาฬิกาด้วย ผมจึงรีบใส่อย่างรวดเร็วและมันก็กลายเป็นนาฬิกาที่ผมใส่ทุกวัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อทาง Wasted Youth ร่วมมือกับ G-SHOCK ในปี 2022 ผมจึงเลือกสีกรมท่าเป็นสีหลัก

 

แนวคิดการให้ที่อยู่เบื้องหลัง Girls Don’t Cry และนาฬิกาคู่

ภาพถ่ายกระเป๋า Girls Don't Cry สีดำวางอยู่กับนาฬิกาดิจิตอล G-SHOCK สีดำ

ーーการร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดมาจากรุ่นที่คุณออกแบบให้เพื่อนและครอบครัวในปี 2019 โดยในครั้งนี้ได้นำ G-SHOCK และ BABY-G มาจับคู่กันเป็นชุดนาฬิกาคู่ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถจับจองได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

VERDY: ผมอยากปล่อยมาตั้งนานแล้ว ย้อนกลับไปในปี 2019 โปรเจกต์นี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขาย แต่เป็นสิ่งที่ผมออกแบบขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญวันวาเลนไทน์ ผมพอใจมากกับผลลัพธ์และหวังว่าเราจะสามารถเผยแพร่ได้ แต่เราไม่ได้วางแผนให้โปรเจกต์เป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก มันจึงไม่เคยเกิดขึ้น

ตั้งแต่นั้นมา เราก็ร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบต่างๆ G-SHOCK สนับสนุนกิจกรรมที่ผมจัดขึ้น เราร่วมมือกันในโครงการอื่นๆ และยังเคยผลิตนาฬิกา G-SHOCK รุ่นพิเศษเพื่อเป็นของขวัญอีกด้วย ตลอดมา ผมมีความคิดหนึ่งอยู่ในใจเสมอว่าอยากจะทำนาฬิกา G-SHOCK ร่วมกับ Girls Don’t Cry ด้วยเช่นกัน และโอกาสนั้นก็มาถึง เนื่องจากนาฬิการุ่นปี 2019 เป็น BABY-G แนวคิดคือการต่อยอดและสร้าง G-SHOCK ที่สามารถเข้าคู่กันได้

ーーมีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษที่ทำให้คุณอยากทำนาฬิกาที่เป็นชุดเข้าคู่กันหรือเปล่า

VERDY: ส่วนสำคัญของเรื่องนี้คือผมต้องการบางสิ่งที่ผมอยากได้เป็นการส่วนตัว เซ็ตคู่ยังเหมาะกับการเป็นของขวัญ และผมชอบไอเดียของการนำเสนอสองสิ่งเป็นคู่กัน Girls Don’t Cry เกิดขึ้นจากคอนเซ็ปต์ของการ “ให้” ทำให้การสร้างบางสิ่งที่ผู้คนสามารถแบ่งปันกับคนสำคัญจึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน

ーー เนื่องจากหัวใจหลักของ Girls Don’t Cry คือการ “ให้” การร่วมมือครั้งนี้จึงดูลงตัวมากๆ

VERDY: ใช่เลย จริงๆ แล้ว Girls Don’t Cry เริ่มต้นจากการเป็นบางสิ่งที่ผมสร้างมาเพื่อมอบให้กับภรรยาของผม เมื่อใดก็ตามที่ผมร่วมมือสร้างสรรค์ผลงาน คำถามสำคัญข้อหนึ่งก็คือ มันเป็นสิ่งที่เธอต้องการหรือไม่ และเหมาะกับโปรเจกต์จริงๆ ใช่ไหม

BABY-G มีความหมายพิเศษสำหรับผมด้วย เพราะผมเคยซื้อให้กับภรรยา เมื่อทาง BABY-G ติดต่อผมมาในปี 2019 ผมจึงรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมโปรเจกต์โดยใช้ Girls Don’t Cry ครั้งนี้ ผมต้องการให้นาฬิกาสื่อถึงแนวคิดเรื่องการให้ด้วยตัวมันเอง ผมออกแบบนาฬิกาคู่นี้ด้วยคอนเซ็ปต์ง่ายๆ คือ อันหนึ่งสำหรับผม อีกอันสำหรับภรรยาของผม

มอบเป็นของขวัญ หรือใส่ในแบบของคุณ

ーー จุดไหนที่คุณใส่ใจมากที่สุดตอนที่ออกแบบนาฬิกา

VERDY: โลโก้ Girls Don’t Cry ปรากฏทั่วทั้งสาย และมีหัวใจดวงเล็กๆ อยู่ที่ห่วงสาย เทวดาเป็นส่วนหนึ่งของภาษาภาพที่ Girls Don’t Cry ใช้มาโดยตลอด ผมจึงสร้างอาร์ตเวิร์กใหม่ให้กับการร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งจะปรากฏอยู่ที่ฝาหลังของนาฬิกา BABY-G มีรูปเทวดา ขณะที่ G-SHOCK มีรูปปีศาจ สร้างความคอนทราสต์ของเทวดาและปีศาจระหว่างนาฬิกาทั้งสอง นั่นเป็นรายละเอียดที่ผมชอบที่สุด

ーーกระเป๋าสีดำทองก็ดูออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเช่นกัน

VERDY: ผมต้องเดินทางไปทำงานบ่อยๆ ก็เลยคิดว่าถ้ามีกระเป๋าไว้ใส่นาฬิกาสักใบก็คงดี ครั้งนี้ เราจึงออกแบบกระเป๋าที่ใส่นาฬิกาได้หนึ่งเรือนในแต่ละข้าง และสามารถแยกออกเป็นกระเป๋าสองใบ นั่นหมายความว่าคุณสามารถมอบนาฬิกาเรือนใดเรือนหนึ่งในกระเป๋าเป็นของขวัญ หรือพกติดตัวไปทั้งคู่และเลือกเรือนที่คุณอยากใส่ในวันนั้นๆ นั่นเป็นไอเดียที่ผมคิดไว้

ーーคุณอยากเห็นใครสวมใส่การร่วมมือกับ Girls Don’t Cry นี้

VERDY: ผมจะดีใจมากถ้าคนที่ได้ไปมอบให้กับคนรักของพวกเขา และผมคิดว่านาฬิกาเหล่านี้ก็เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญให้เพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวด้วยเช่นกัน หรือคุณอาจเก็บไว้ทั้งสองอันแล้วคิดว่า “วันนี้ฉันจะใส่ BABY-G ดีไหมนะ หรือว่าจะใส่ G-SHOCK ดี” ไม่มีวิธีไหนตายตัว ผมแค่อยากเห็นนาฬิกาเหล่านี้บนข้อมือของผู้คนมากมาย

 

ーーสุดท้ายนี้ เราอยากจะถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับการสร้างสรรค์ การจำกัดเวลาช่วยให้โฟกัสไอเดียได้มากขึ้น หรือการสร้างสรรค์โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาสำคัญกว่า

VERDY: เป็นคำถามที่ยากมากจริงๆ ผมเป็นคนประเภทที่มักจะนึกไอเดียดีๆ ได้ก่อนถึงเส้นตาย แม้แต่ตอนที่โปรเจกต์ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ผมก็ยังคิดจนถึงที่สุดว่ามีวิธีไหนที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้บ้าง

ผมจึงคิดว่าข้อจำกัดด้านเวลาอาจช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น ถ้าไม่มีกำหนดเส้นตายเลย ผมอาจจะไม่หยุดคิดเลยก็ได้ การมีจุดสิ้นสุดทำให้เราสามารถพูดได้ในที่สุดว่า “โอเค เสร็จแล้ว” ในขณะเดียวกัน ผมก็มักจะคิดเรื่องงานตลอดเวลา ผมจึงอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องเวลามากนัก

ーーนั่นเป็นเพราะว่า แม้จะเป็นงานของคุณ แต่มันก็เป็นสิ่งที่คุณอยากจะแสดงออกจริงๆ คุณก็เลยคิดถึงมันอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม

VERDY: น่าจะเป็นอย่างนั่น ผมรักในสิ่งที่ผมทำ และผมรู้สึกโชคดีที่ได้ทำงานที่ผมต้องการทำอย่างแท้จริง ผมมักจะคิดหาวิธีที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิมอยู่เสมอ

สิ่งที่ผมต้องการที่สุดก็คือ การสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมใส่ใจมากที่สุด และเวลาที่ผมสร้างสรรค์ผลงานอะไรก็ตาม ผมมักจะหวังว่าความตื่นเต้นที่ผมรู้สึกนั้น จะส่งผ่านไปถึงคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ภาพของ VERDY สวม G-SHOCK สีดำ พร้อมโพสท่าบนพื้นหลังสีแดง

ภาพยนตร์

Select a location